Home Health คอลลาเจน คืออะไร ? มารู้จักอาหารเสริมยอดฮิตติดตลาด

คอลลาเจน คืออะไร ? มารู้จักอาหารเสริมยอดฮิตติดตลาด

0
คอลลาเจน คืออะไร ? มารู้จักอาหารเสริมยอดฮิตติดตลาด

หลายคนคงรู้จักหรือคุ้นเคยกับ Collagen กันมาบ้างแล้ว แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า คอลลาเจน คืออะไร? หากเรารับประทานแล้วจะช่วยเรื่องอะไรบ้าง และสิ่งที่หลายคนก็คงจะไม่รู้เลยก็คือ การกินคอลลาเจนนั้นมีข้อดีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เราจะมาอธิบายความหมายของสิ่งนี้ และจะมาอธิบายผลดีผลเสียของคอลลาเจนว่ามีอะไรบ้าง เรามาดูไปพร้อมกัน


คอลลาเจน คืออะไร ? ทำไมเราต้องกินคอลลาเจน

คอลลาเจน คืออะไร ? ทำไมเราต้องกินคอลลาเจน

collagen คืออะไร คอลลาเจนคือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบในผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80% โดยสารตัวนี้มีหน้าที่คล้ายกับกาว และเป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อเท้าต่าง ๆ โดยคอลลาเจนนั้นจะอยู่ชั้นล่างสุดของบผิวหนัง (ชั้น Dermis) ซี่งหมายความว่าการใช้ครีมทาผิวแบบทั่วไปนั้น จะไม่สามารถซึมถึงชั้นคอลลาเจนในผิวหนังได้ อย่างไรก็ตามคอลลาเจนในผิวของคนเรานั้นมีมากถึง 18 ชนิดด้วยกัน แต่จะพบได้บ่อย  ๆ เพียงแค่ 4 ชนิดเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ เลือกซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดีให้คุ้มค่า ก็สามารถหาได้ทั้งจากแหล่งของคอลลาเจนจากธรรมชาติและรูปแบบอาหารเสริมด้วยเช่นกัน


คอลลาเจน คืออะไร สำคัญกับร่างกายอย่างไร?

คอลลาเจน คืออะไร สำคัญกับร่างกายอย่างไร?

คอลลาเจน คืออะไร? อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าคอลลาเจน คือเส้นใยโปรตีนประเภทหนึ่งซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 18 ชนิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบรวมกันถึงร้อยละ 6 ของน้ำหนักตัว ซึ่งเป็นองค์ประกอบของโครงสร้างผิวกระดูก และหลอดเลือด หากขาดสิ่งนี้ไปก็จะทำให้กระดูก และผิวหนังนั้นไม่ยืดหยุ่น ไม่มีการกระตุ้นผิวหนังให้กระชับอยู่เสมอ และเมื่อที่มีแผลบนร่างกาย หากไม่มีคอลลาเจนที่เพียงพอ ก็ไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้นั่นเอง


คอลลาเจนมีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีข้อดีอย่างไร

อย่างไรที่บอกแล้วว่าคอลลาเจนในร่างกายของเรานั้นมีทั้งหมด 18 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็มีหน้าที่ที่ต่างกัน ซึ่งคอลลาเจนที่พบได้บ่อยนั้นมีทั้งหมด 4 ชนิดด้วยคือ

คอลลาเจนมีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีข้อดีอย่างไร

  • คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) สำหรับคอลลาเจนชนิดที่ 1 นั้นเป็นชนิดที่เราพบบ่อยมากที่สุดถึง 90% ในร่างกาย นับว่าเป็นคอลลาเจนบำรุงกระดูก ผนังหลอดเลือด เอ็น กล้ามเนื้อ ผิวหนังกระจกตา และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความเหนียวและแข็งแรงของร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่นป้องกันไม่ให้ฉีกขาด และยังช่วยในการสมาแผนบนผิวหนัง นั่นหมายความว่าหากมีคอลลาเจนที่เพียงพอ ก็จะทำให้ผิวสวยไร้ริ้วรอยนั่นเอง
  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) คอลลาเจนชนิดนี้สามารถพบได้ในตามข้อกระดูกอ่อนต่าง ๆ ในร่างกาย ยกตัวอย่างงเช่น หู จมูก หลอดลม และกระดูกซี่โครง ซึ่งมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไปจากคอลลาเจนชนิดที่ 1 อย่างสิ้นเชิง โดยจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์ของเซลล์ให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้อัตราการเสื่อมของกระดูกบริเวณข้อต่อ ซึ่งเราสามารถพบคอลลาเจนชนิดที่สองได้จาก กระดูกอ่อนและหมอนรองกระดูสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่รองรับน้ำหนักตัว และทำให้ความแข็งแรงของข้อกระดูกเพิ่มมากขึ้นในขณะที่เราเคลื่อนไหว โดยทั่วไปแล้วคอลลาเจนชนิดที่ 2 นั้นจะประกอบไปด้วยโครงข่ายของเส้นใยคอลลาเจนไทป์ทู ร่วมกับกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) และโปรตีโอไกลแคน (Proteoglycan) ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก สามารถทนแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูกข้อต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะเข่า และสะโพกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
  • คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) สามารถพบร่วมกับประเภทที่ 3 คือพบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และผนังหลอดเลือด และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกาย สามารถพบคอลลาเจนชนิดนี้ได้ร่วมกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 แต่มีปริมาณน้อยกว่า 10% โดยส่วนใหญ่คอลลาเจนชนิดที่ 3 นั้นมักพบในพนังหลอดเลือด และบริเวณข้อต่อบางส่วนเท่านั้น
  • คอลลาเจนชนิดที่ 4 (Collagen Type IV) สำหรับคอลลาเจนชนิดที่ 4 เป็นคอลลาเจนที่มีลักษณะเฉพาะตัว สามารถพบพบได้บริเวณเนื้อเยื่อที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน เส้นใยฝอยเนื้อเยื่อผิวแผ่นบาง ๆ บริเวณเซลล์ มีส่วนเกี่ยวข้องของการทำงานของระบบประสาท และเส้นเลือดรวมถึงส่วนในการรักษาความสมบูรณ์ของผนังหลอดเลือดในข้อต่อ ทั้งยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการป้องกันเซลล์ที่ลุกลามในร่างกายได้
  • คอลลาเจนชนิดที่ 5 (Collagen Type V) สำหรับคอลลาเจนชนิดที่ 5 คือคอลาเจรทที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อบุในเซลล์ต่าง ๆ สามารถพบได้บริเวณเดียวกันกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 มักพบมากในผิวของเซลล์ เส้นผม และเนื้อเยื่อของทารกระหว่างการจั้งครรภ์บริเวณรก ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยภายในชั้นผิว และจัดระเบียบของเซลล์ผิวให้เรียบ

จากที่ได้อธิบายไปในข้างต้นนั้น จะสังเกตได้ว่าคอลลาเจนนั้นแทรกซึมอยู่ทั่วร่างกายของเรา โดยปกติแล้วจะมรการสร้างและสลายในคอลลาเจนในปริมาณที่สมดุลกัน แต่เมื่อคนเรามีอายุ 40 ปีขึ้นไป คอลลาเจนเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงร้อยละ 1 ต่อปี ในขณะที่อัตราการสลายของคอลลาเจนนั้นยังคงเท่าเดิม ทำให้ปริมาณคอลลาเจนในร่างกายของเรานั้นลดลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความแข็งแรงของชั้นผิวนั้นลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และอย่างที่รู้ดีว่าเมื่อคอลลาเจนลดลง ผิวพรรณ และสภาพร่างกายก็จะค่อย ๆ เสื่อมลง


ประโยชน์ของคอลลาเจนที่คุณต้องรู้

ประโยชน์ของคอลลาเจนที่คุณต้องรู้

สำหรับการรับประทานหรือฉีดคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่ใครหลายคนคงจะให้ความสนใจกันอยู่ ซึ่งอย่างที่ได้เห็นไปแล้วว่า คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีผลดีแค่เรื่องบำรุงผิวเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมให้ร่างกายของเรานั้นยังคงแข็งแรง เปล่งปลั่งอีกด้วย ซึ่งเราได้สรุปประโยชน์ของคอลลาเจน มาให้คุณได้ลองศึกษากัน

  1. ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีอยู่เสมอ

สิ่งแรกที่ทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วนั่นก็คือ คอลลาเจนนั้นช่วยบำรุงให้ผิวมีสุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอ ลดการเหี่ยวย่นและลดริ้วรอยที่เกิดจากช่วงวัยได้เป็นอย่างดี โดยผลการวิจัยจากประเทศจีนพบว่า การใช้คอลลาเจนเปปไทด์ กับผู้หญิงที่มีภาวะเป็นฝ้าบนใบหน้า เป็นเวลา 60 วัน ช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน และเมื่อสังเกตผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจน 2.5-5 กิโลกรัมเป็นระยะเวลา 8 วัน พบว่าผิวแห้งน้อยลง และความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

  1. ช่วยลดอาการปวดข้อได้

สำหรับการศึกษาพบว่า ข้อดีของคอลลาเจน นั้นไม่ได้มีแค่ช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ข้อดูกต่าง ๆ สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย จากการศึกษาพบว่าเมื่อนักกีฬารับประทานคอลลาเจนปริมาณ 10 กรัม เป็นระยะเวลา 24 สัปดาห์ พบว่าช่วยลดการปวดข้อกระดูกอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ไม่ได้ทาน และเมื่อให้ผู้ที่มีอายุรับประทานคอลลาเจน 2 กรัมทุกวันเป็นระยะเวลา 70 วัน พบว่าสามารถช่วยลดอาการเจ็บปวดข้อได้ดี เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน

  1. ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

สิ่งต่อมาก็คือคอลลาเจนนั้นสามารถเพิ่มมวลกระดูกได้ ซึ่งจากผลการวิจัยนนั้นพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน สามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในผู้ป่วยโรคซาร์โคพีเนีย หรือผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย ซึ่งมักพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ และเมื่อทดลองกับผู้ชายที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย โดยการให้รับประทานคอลลาเจน 15 กรัมเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย พบว่ามีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น และยังมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย

  1. ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดแดง

จากการศึกษาค้นคว้า และวิจัยพบว่า คอลลาเจนนั้นเป็นโครงสร้างของหลอดเลือดแดง หากคอลลาเจนมีไม่มากพอ หลอดเลือดแดงอาจะอ่อนแอ และเปราะบางลงได้ ซึ่งนำไปสู่การตีบของหลอดเลือด และอาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดในสมอง โดยการทดลองในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยให้รับประทานคอลลาเจน 16 กรัม เป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าความแข็งของหลอดเลือดลดลง ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบในช่วงก่อนที่จะเริ่มรับประทาน

  1. ช่วยเสริมมวลกระดูก

ข้อดีของคอลลาเจนสุดท้ายคือ คอลลาเจนนั้นสามารถเพิ่มมวลกระดูกได้เป็นอย่างดี โดยการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเสริมควบคู่กับคอลลาเจนปริมาณ 5 กรัมต่อวัน เมื่อเทียบกับการรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมอย่างเดียว เป็นระยะเวลา 12 เดือน พบว่าการรับประทานอาหารเสริมควบคู่กับคอลลาเจนนั้นมีระดับโปรตีนที่สูงกว่า และการเสื่อมสลายของกระดูกนั้นลดลง เมื่อเทียบกับผู้รับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว


ทำไมเราถึงต้องกินคอลลาเจน 

ทำไมเราถึงต้องกินคอลลาเจน 

อย่างที่ได้เห็นแล้วว่าคอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนที่มีสัดส่วนมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งมีมากกว่า 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมด หรือมากกว่า 30% โดยน้ำหนักของโปรตีนทั้งหมดร่างกาย เป็นเสมือนตัวที่ช่วยเชื่อมเซลล์แต่ละเซลล์เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นกาวเชื่อมต่อโดยธรรมชาติ ที่เชื่อมให้เซลล์ติดกัน มีความแข็งแรง มีความชุ่มชื่น ยืดหยุ่น และเต่งตึง ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง เลือดไหลเวียนดีขึ้น และยังช่วยเสริมให้กระดูกมีความแข็งแรงได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

โดยปกติร่างกายมนุษย์นั้นสามารถสร้างคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้นความสามารถผลิตคอลลาเจนลดลง โดยจากผลการวิจัยแล้วในช่วงอายุ 20 ปี ร่างกายจะมีคอลลาเจนสูงถึง 75% และจะค่อย ๆ ลดลงไปตามอายุเฉลี่ย 1-1.5% ต่อปี ส่งผลให้ผิวกระชับเกิดความหย่อนยาน เกิดริ้วรอย หมองคล้ำ นอกจากนี้ยังทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะเสื่อมสภาพไปตามอายุอีกด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงควรรับประทานคอลลาเจนนั่นเอง


คอลลาเจนสามารถรับประทานได้จากที่ไหน?

คอลลาเจนสามารถรับประทานได้จากที่ไหน?

สำหรับการรับประทานคอลลาเจนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ในอาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเท่านั้น ยังมีคอลลาเจนมากจากไหน จากแหล่งอื่น ๆ อีกมากมากมายที่เราสามารถไปหารับประทานกันได้ โดยคอลลาเจนโปรตีนที่มีความพิเศษนั้นจะประกอบไปด้วยกรดอะมีโน 3 ชนิดได้ด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วย

-วิตตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว สตรอว์เบอร์รี และผลอื่น ๆ อีกหลายชนิด

-โพรลีน สามารถพบได้ในไข่ขาว และจมูกข้าวสาลี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถรับประทานได้ในทุก ๆ วัน

-ไกลซีน สามารถพบได้ในหนังสัตว์ เช่น หนังหมู หนังไก่ เจลลาติน หรืออาหารที่มีโปรตีนสูง

-ทองแดง สามารถพบได้ในเนื้อสัตว์ เมล็ดงา ผงโกโก้ ถั่วเลนทิล เม็ดมะม่วงหินมะพาน

อย่างไรก็ตามการรับประทานคอลลาเจนควบคู่กับการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้นจะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกาย สามารถผลิตคอลลาเจนออกมาได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรง และดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สงสัยว่า คอลลาเจน คืออะไร เราหวังข้อมูลทั้งหมดที่เรานำมาเสนอในวันนี้สามารถตอบคำถามของคุณได้แน่นอน


อ้างอิง:

คอลลาเจน คืออะไร ? กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์. https://www.nestle.co.th/th/nhw/3e/eat/eating-tips-to-boost-collagen-production

Last Updated on 9 months

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save