วิกฤติผมร่วงหนัก ร่วงมากแค่ไหนถึงไม่โอเค เตรียมพร้อม 5 วิธีรับมือ

วิกฤติผมร่วงหนัก ร่วงมากแค่ไหนถึงไม่โอเค เตรียมพร้อม 5 วิธีรับมือ

วิกฤติผมร่วงหนัก เส้นผมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่มีการเจริญเติบโต หลุดร่วงและสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทนเป็นวงจรอยู่เสมอตลอดชีวิต ทำให้ในแต่ละวันจะมีเส้นผมประมาณ10-15% ที่หยุดเจริญแล้วหลุดร่วงไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ทำให้ผมบางแต่อย่างใด แต่ก็อาจจะมีบางคนที่ร่วงเยอะผิดปกติจนทำให้รู้สึกไม่สบายได้ ว่าแต่ร่วงแค่ไหนล่ะถึงจะเรียกว่าร่วงมากผิดปกติ มาหาคำตอบพร้อมกับวิธีการรับมือกันได้เลยค่ะ

ผมร่วงมากแค่ไหนถึงไม่โอเค

โดยปกติผมคนเรามักจะร่วงประมาณวันละ 50 เส้นเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนคนที่ผมหนามากๆกอาจจะร่วงได้ถึง 100 เส้นต่อวันเลยทีเดียว ทำให้คนผมร่วงหลายๆคนรู้สึกสงสัยว่าแล้วมันต้องร่วงมากขนาดไหนล่ะถึงจะถือว่า “ร่วงมากจริงๆ” จนควรต้องเข้ารับการรักษา ลองตรวจสอบง่ายๆด้วยวิธีต่อไปนี้

  • สังเกตผมที่ร่วงหลังอาบน้ำ ลองดูว่ามีผมร่วงจนหนาเป็นแพไหลตามน้ำไปทุกๆวันหรือเปล่า ไม่ว่าวันนั้นจะสระผมหรือไม่ก็ตาม หากผมร่วงเยอะๆจนสังเกตได้ชัดติดต่อกันนานหลายๆวัน ก็อาจเป็นสัญญาณแรกที่กำลังบ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วงอยู่ก็เป็นได้
  • สังเกตจำนวนเส้นผม ลองสังเกตเส้นผมเมื่อเสยหรือสางผมในแต่ละครั้งดูว่ามันร่วงประมาณกี่เส้น ไม่จำเป็นต้องนับทุกเส้น แค่กะจำนวนคร่าวๆดูว่าเกิน 50-100 เส้นหรือเปล่า ถ้าแค่สางผม/เสยผมแล้วผมร่วงหนักขนาดนี้ ก็น่าจะเข้าข่ายผมร่วงแล้วล่ะ
  • ทดสอบความแข็งแรงของรากผม แบ่งช่อผมออกมาสัก 40-60 เส้นแล้วลองสางผสมกับออกแรงดึงเล็กๆดู หากดึงแล้วเส้นผมหลุดมาออกเกิน 20 เส้น หมายความว่ารากผมไม่แข็งแรง อาจจะประสบกับปัญหาผมร่วงได้ในอนาคต


สาเหตุที่อาจทำให้ผมร่วง

ผมร่วงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ นอกจากกรรมพันธุ์แล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนเช่นเดียวกัน ดังนี้

  • สระผมบ่อย หลายคนติดการสระผม เนื่องจากอาจจะด้วยเป็นคนหนังศีรษะมันหรืออกกำลังกาบ่อย ทำให้ต้องสระผมบ่อยครั้งจะได้รู้สึกว่าผมสะอาดอยู่เสมอ แต่จริงๆแล้วการทำแบบนี้ทำให้หนังศีรษะแห้งคัน ระคายเคือง เป็นรังแคและทำให้ผมร่วงตามมาได้
  • ใช้ลมร้อนเป่าผม การเป่าผมด้วยลมร้อนบ่อยๆนอกจากจะทำให้ผมแห้งเสียแล้วยังทำให้หนังศีรษะแห้งตามไปด้วย ทั้งผมและหนังศีรษะจะขาดความชุ่มชื่น ผมจึงขาดร่วงได้ง่าย เพราะฉะนั้นหากพอมีเวลา เปลี่ยนจากลมร้อนมาเป็นลมเย็นดีกว่า เป่าได้บ่อย ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย
  • หวีผมตอนเปียก การหวีผมในขณะที่ยังเปียกๆอยู่ เป็นการทำร้ายเส้นผมมากๆ เพราะผมในช่วงนี้อ่อนแอและขาดได้ง่ายสุดๆ นอกจากนี้การหวีผมบ่อยเกินไปก็ทำให้ผมร่วงได้เช่นเดียวกัน
  • ทำผมบ่อย ไม่ว่าจะย้อมสี ดัด กัดสีผม ล้วนทำร้ายสุขภาพเส้นผมทั้งสิ้น อุปกรณ์ทำผมเหล่านี้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมจากสารเคมี เมื่อทำผมบ่อย ผมจึงมักแห้งเสียแตกปลาย ชี้ฟู บางคนผมเสียหนักมากช็อต ขาดแหว่งๆวิ่นๆ ยิ่งหวียิ่งขาด เรียกว่าบำรุงให้ดียังไงก็ฟื้นผมเสียให้กลับมาดีได้ยาก ต้องเล็มทิ้งและไว้ยาวใหม่อย่างเดียว
  • อาหารโซเดียมสูง ข้อนี้อาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวกัน แต่ว่าการทานอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำ ทำให้ความดันโลหิตสูง เลือดไปหล่อเลี้ยงรากผมได้ไม่ดี เส้นผมจึงไม่แข็งแรง ขาดร่วงได้ง่าย
  • การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ พฤติกรรมนี้ไม่ได้ทำร้ายเส้นผมโดยตรง แต่มันส่งผลต่อหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดแย่ลง ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ดี เลือดจึงหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆในร่างกายได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่บ่อย นอกจากผิวพรรณจะแห้งเสียแล้ว ผมก็แห้งและขาดหลุดร่วงง่ายเช่นเดียวกัน


5 วิธีรับมือและป้องกันไม่ให้ผมร่วง

หากผมไม่ได้ร่วงเพราะกรรมพันธุ์ การรับมือและป้องกันไม่ได้ผมร่วงทำได้ไม่ยาก เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแค่ไม่กี่ข้อเท่านั้น ดังนี้

  1. สระผมอย่างถูกต้อง ไม่สระผมด้วยน้ำที่ร้อนมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เส้นผมแห้งเสียอ่อนแอได้ อย่าสระผมบ่อยหรือปล่อยปละละเลยจนเส้นผมสกปรก เพราะอาจจะเกิดรังแคตามมา ซึ่งเมื่อหนังศีรษะลอก ผมก็จะหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นด้วย ในขณะสระแนะนำว่าควรนวดหนังศีรษะครั้งละ 3-5 นาที ช่วยกระตุ้นให้เลือดบริเวณนั้นไหลเวียนได้ดี รากผมจะแข็งแรง หลุดได้ยากขึ้น และที่สำคัญห้ามหวีผมในขณะผมเปียกโดยเด็ดขาด
  2. เป่าผมด้วยลมเย็น หลีกเลี่ยงการใช้ไดร์เป่าลมร้อนหลังสระผมเสร็จ เพราะความร้อนทำให้ผมขาดความชุ่มชื่นและแห้วเสียได้
  3. ไม่ทำผมบ่อย หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับเส้นผมโดยไม่จำเป็น เช่น การย้อมผม ยืดหรือดัดผม เป็นต้น ทั้งนี้การรัดผมด้วยยางแน่นๆตลอดเวลาก็ทำให้เส้นผมบริเวณที่ถูกมัดอ่อนแอขาดได้ง่ายได้เช่นเดียวกัน
  4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารสำคัญต่อสุขภาพเส้นผมมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนหากทานได้หลากหลายครบถ้วน เส้นผมจะแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ผมดำสลวยเงางาม ไม่หลุดร่วงง่าย ผมแข็งแรงโดยแทบไม่ต้องบำรุงผมเลย
  5. ออกกำลังกายและดื่มน้ำให้เพียงพอ การออกกำลังกายช่วยระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี เลือดจะไหลไปหล่อเลี้ยงรากและเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น ส่วนการดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นทำให้ผมไม่แห้งเสีย

หากปฏิบัติตามคำแนะนำด้านบนแล้วอาการผมร่วงไม่ดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีภัยสุขภาพซุกซ่อนซ่อนอยู่ในร่างกาย แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here