อาการปวดหลังเกิดจากอะไร ? สัญญาณบอกโรคที่ต้องระวัง

0
44

อาการปวดหลังเกิดจากอะไร ? สัญญาณบอกโรคที่ต้องระวัง

ปัจจุบันนี้อาการปวดหลังไม่ใช่อาการของคนแก่อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวหลายคนก็มีอาการปวดหลังเกิดขึ้นได้ เนื่องจากสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้ปวดหลังมีหลายสาเหตุ นอกจากนั้นอาการปวดหลังยังเป็นสัญญาณของโรคต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้นวันนี้เรามาจะมาดูกันว่า อาการปวดหลังเกิดจากอะไร และเป็นสัญญาณของโรคอะไรได้บ้าง


อาการปวดหลังเกิดจากอะไร

อาการปวดหลังเกิดจากอะไร

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุที่พบจะส่งผลต่ออาการปวดหลังดังนี้

  1. ที่นอนไม่ได้มาตรฐาน การที่นอนบนที่นอนที่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ทำให้เวลานอนกระดูกหลังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ย่อมส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ 
  2. การยกของหนัก ที่ต้องออกแรงหรือใช้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และหลังเพื่อยกของจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบและปวดหลัง โดยเฉพาะหลังส่วนบน 
  3. ภาวะอ้วน คนที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์หรือมีภาวะอ้วนจะทำให้หมอนรองกระดูกที่บริเวณกระดูกสันหลังและบริเวณก้นกบต้องแบกรับนำหนักตัวมากกว่ากระดูกส่วนอื่น เมื่อผ่านไปเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อยล้าและปวดหลังในที่สุด 
  4. ภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกบาง เนื่องจากสูญเสียมวลกระดูกมากกว่าปกติ ทำให้กระดูกรับน้ำหนัก แรงกระแทกหรือแรงกดได้น้อยลง ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้
  5. ออฟฟิศซินโดรม ถือว่าเป็นสาเหตุที่พบว่าก่อให้เกิดอาการปวดหลังในกลุ่มคนวัยทำงานสูงที่สุด เพราะต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนอิริยาบถเลย ทำให้กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อบางส่วนต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดการปวดหลังได้
  6. อาการป่วย อาการป่วยบางชนิดที่เกิดขึ้นภายในร่างกายจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ เช่น โรคตับ ซีสต์ในรังไข่ นิ่วในไต โรคจากหมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับรากประสาท เป็นต้น 

จะเห็นว่าสาเหตุของอาการปวดหลังมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ซึ่งมีทั้งที่อันตรายและไม่อันตราย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เมื่อมีอาการปวดหลังควรหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรและทำการรักษาทันที


ปวดหลังแบบนี้ สัญญาณบอกโรค

อาการปวดหลังเกิดจากอะไร

สำหรับคนที่มีอาการปวดหลังเกิดขึ้น ควรทำการสังเกตอาการปวดหลังว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้รู้ว่าอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงหรือไม่ โดยสามารถสังเกตได้ดังนี้

  1. ปวดเมื่อยและล้าไปทั้งบริเวณ เป็นอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งเมื่อทำการกดไปที่จุดดังกล่าวอาการปวดจะเพิ่มมากขึ้น อาการปวดแบบนี้เป็นอาการปวดเนืองจากกล้ามเนื้ออักเสบ
  2.  ปวดร้าวเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต อาการปวดคล้ายโดนไฟฟ้าซ็อต ส่วนมากจะเกิดที่บริเวณคอและปลายนิ้วมือ อาการปวดแบบนี้เกิดขึ้นจากการที่เส้นประสาทโดนกดหรือเบียด ทำให้เกิดอาการแปล็บ ๆ อยู่ที่บริเวณดังกล่าว 
  3. ปวดแนวกระดูกสันหลังบริเวณกลางหลัง อาการปวดที่บริเวณกระดูกสันหลังที่บริเวณกลางหลังส่วนมากเกิดจากการที่กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลังหรือเอ็นยึดกระดูกสันหลัง มีการอักเสบหรือได้รับความกระทบกระเทือนจึงทำให้เกิดอาการปวดขึ้น
  4. ปวดหลังบริเวณข้างใดข้างหนึ่ง เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหลังที่บริเวณด้านข้างเกิดความผิดปกติ เช่น รับน้ำหนักมากเกินไป นั่งหรือยืนผิดท่านาน ๆ เป็นต้น ทำให้กล้ามเนื้อแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบและปวดหลังในที่สุด
  5. ปวดหลังแบบชาหรืออ่อนแรง เป็นอาการปวดหลังที่ระบบประสาทหรือเส้นประสาทเกิดความผิดปกติ สำหรับคนที่มีอาการปวดแบบชา ๆ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังหรือเส้นประสาทโดนกดทับได้

จะเห็นว่าอาการปวดหลังแต่ละแบบสามารถเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นร่างกายของเรามีความเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดหลังจึงควรสังเกตลักษณะและตำแหน่งของอาการปวดให้ดี เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง


วิธีแก้ปวดและรักษาอาการปวดหลัง

อาการปวดหลังเกิดจากอะไร

อาการปวดหลังเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งเราสามารถแก้ไขและรักษาอาการปวดหลังให้หายได้ โดยวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 3 วิธีตามความรุนแรงของอาการปวดหลังดังนี้

  1. การรักษาเบื้องต้น สำหรับคนที่มีอาการปวดหลังไม่มากหรือเป็นในระยะเริ่มต้น สามารถทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการทำกายภาพบำบัด การกินยาคลายกล้ามเนื้อ กินยาแก้ปวดและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลัง จะช่วยลดอาการปวดหลังให้ลดลงและหายได้ในที่สุด เหมาะกับคนที่มีอาการปวดหลังในช่วงแรกหรืออาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบชนิดเฉียบพลันที่ไม่รุนแรง
  2. การฉีดยา สำหรับคนที่มีอาการปวดหลังชนิดเรื้อรังและรุนแรงหรือมีอาการกดทับเส้นประสาทมาเป็นเวลานาน จนเกิดอาการชาที่บริเวณดังกล่าว สามารถทำการรักษาได้ด้วยการฉีดยาที่ช่วยลดการอักเสบหรือยากลุ่มสเตียรอยด์ตรงบริเวณที่เกิดอาการปวด ก็จะทำให้อาการปวดหลังหายได้
  3. การผ่าตัด การผ่าตัดเป็นแนวทางการรักษาแบบสุดท้ายที่แพทย์จะเลือกใช้ และจะเลือกใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เช่น ขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ ทรงตัวไม่อยู่ หรือไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ และผู้ป่วยที่มีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดี โดยการผ่าตัดเพื่อที่จะนำหินปูน ผังผืน หมอนรองกระดูกหรือกระดูกที่ยื่นออกมาสับเส้นประสาทให้ย้ายออกไป ทำให้เส้นประสาทกลับมาใช้งานได้ปกติ โดยไม่มีอาการปวดหลังอีก

จะเห็นว่าการรักษาอาการปวดหลังนั้นไม่ยาก แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ด้วยการนั่งหรือยืนในท่าที่สมดุล ออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ไม่เกิดอาการปวดหลังได้แล้ว


ที่มา

https://www.phyathai.com/

https://www.bumrungrad.com/th/conditions/back-pain

https://www.sarirarak.com/single-post/back-pain

Last Updated on 2 months